[EW] Fic : Lavender

posted on 14 Aug 2011 00:00 by bailian in EW, fic
 
 
 
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ


 
 
*********************************
 
 

 Main Character :

เฟยหง

Special Guest :

 
 
 
 
 
 
 
 
- Lavender -

Memory is the scent of flowers

 
 
 
 
 

สายลม พัดพาไปมาอย่างไร้ทิศทาง

สายฝน ซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเศร้าโศกเช่นนั้น

ไม่มีใครบอกฉันได้เลยว่า

ความรักอันไร้ซุ่มเสียงจะจากไปเมื่อไหร่

  

 

 Xu Shao Yang - Hua Xiang (fragrance of flowers)

 

 

 

 

       “เฟยหง”

 

 

        “ครับ?”

 

       ขาที่กำลังเดินเข้าบ้านหยุดชะงัก รู้สึกถึงความอบอุ่นที่คนตรงหน้ามอบให้ด้วยอ้อมแขน หลี่เฟยหงยิ้มน้อยๆ ตอบกลับไปด้วยความเคยชิน

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นก็ตาม

       ชายคนนั้นคว้าตัวเขาไปกอดคล้ายกับน้อยชายขี้อ้อน ทั้งที่จริงๆ แล้ว อายุของผู้ชายคนนี้มากกว่าเขาด้วยซ้ำ

       ช่างเป็นคนที่แสดงความรู้สึกได้เหมือนกับเด็กจริงๆ  

       นึกแล้วก็ทำให้เผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมา

       เหมือนเขาคนนั้นจะได้ยิน จึงได้เปลี่ยนจากกอดเป็นสบตาเขาแทน

       ดวงตาที่มีทั้งสีดำและสีแดงคู่นั้นจ้องตรงมาที่เขาคล้ายจะถามว่าหัวเราะอะไร แต่จะให้บอกไปตามตรงก็คงจะเสียมารยาท เขาจึงส่ายหัว

ตอบกลับไปพร้อมกับยิ้มเหมือนปกติ

       แล้วอ้อมแขนนั้นก็กลับมามอบความอบอุ่นให้เขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เหมือนจะผ่อนแรงลงเล็กน้อย

       กลิ่นจากเสื้อที่เผลอสูดเข้าไปนั้น มีแต่กลิ่นหวานๆ ของขนมอบและเค้ก คงเป็นเพราะทำงานร้านเค้กล่ะสินะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนที่ถนัด

ทานอย่างเดียวจะไปทำงานที่นั่นได้นานขนาดนี้

       อืม... รู้สึกว่าจะค้างอยู่ท่านี้นานเกินไปเสียแล้วสิ เขาสะกิดอีกฝ่ายให้รู้ตัว แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ทันสังเกต

       “เอ่อ.... คุณวิกโก้ครับ”

       เขาส่งเสียงออกไป

       “หืม”

       เสียงที่ตอบกลับมาสั้นเกินไปหน่อย แต่ก็ถือว่ารับรู้ล่ะนะ

       “จะไม่เข้าบ้านหรือครับ?”

       ประโยคเต็มๆ คือ จะไม่ให้ผมเข้าไปในบ้านหรือไงครับ

       “อืม”

       หมายความว่าไงล่ะนั่น

       เขาขมวดคิ้วนิดหน่อย หรือว่าจะหมายถึงให้เขากลับไปที่บ้านพักมือปราบเหมือนเมื่อก่อน แต่ห้องนั้นเขาก็ทิ้งไว้นานแล้วเสียด้วยสิ

ถ้ากลับไป คงต้องไปทำความสะอาดกันน่าดู

       ไม่สิ... ถึงเวลาต้องกลับแล้วสินะ......

       ทันใดนั้น นิ้วชี้ที่ถูกดีดมาสัมผัสตรงหน้าผากก็ทำเอาสะดุ้ง

       “คิดอะไรแปลกๆ อยู่รึไง”

       เขายกมือลูบหน้าผากของตัวเองเบาๆ พลางก้มหน้าพูดงึมงัมตอบกลับไปว่าเปล่า สิ้นคำนั้นก็เหมือนได้ยินเสียงถอนหายใจดังออกมาแว่วๆ

แต่ เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นแต่รอยยิ้มของคุณวิกโก้ และมือที่เมื่อครู่กอดเขาอยู่นั้น ก็เลื่อนลงมาแตะที่เอวพลางดันตัวให้เขาก้าวเข้าไปในบ้าน

       บ้านริมทะเลสาปที่เขาสองคนอยู่ตอนนี้ เป็นบ้านเก่าของคุณวิกโก้ หลังจากที่ออกมาจากอัซคาบัน ผู้ชายคนนี้ก็พาเขามาอยู่ด้วย โดยบอกว่า

อยากให้เขามาอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เพราะเขาเข้าใจดีว่าการอยู่คนเดียวมันเหงาแค่ไหน

 

ความทรงจำที่เป็นดั่งกลิ่นหอมของดอกไม้

เราทั้งสองต่างยอมรับว่าเราจะไม่มีทางลืมเลือน

 

       เขาเงี่ยหูฟังเพลงที่ได้ยินจากวิทยุซึ่งดังแว่วมาเป็นภาษาจากดินแดนบ้านเกิด แล้วเผลอร้องคลอตามออกมาเบาๆ ไม่คิดว่าจะได้ยิน

เพลงที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษในที่แบบนี้ ถ้อยคำจากบทเพลงที่ไม่ได้ยินมานาน รู้สึกคิดถึงอย่างประหลาด

 

       กลิ่นหอมของดอกไม้......

 

       เขายิ้ม

       ถ้าเป็นตอนนี้ที่นั่นก็คงจะเป็นฤดูร้อน ดอกบัวคงบานงดงามอยู่ในสระ ส่งกลิ่นหอมสดชื่นไปทั่ว

       แต่สำหรับที่นี่.... ตอนนี้คงเป็นดอกลาเวนเดอร์

       กลิ่นของลาเวนเดอร์ที่หอมหวาน

       จะว่าไปแล้ว เวลาอยู่กับคุณวิกโก้ก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนกับกลิ่นของลาเวนเดอร์

       ชวนให้หลับสบายเหมือนกับสายลมโชยในฤดูร้อน

       บางครั้งก็อบอุ่นเหมือนเครื่องทำความร้อนในฤดูหนาว

       แต่บางครั้งก็ทำให้มัวเมา...

 

       เขาสะบัดศีรษะน้อยๆ ไล่ความรู้สึกแปลกๆ ออกไป พร้อมกับใช้นิ้วปลดเสื้อนอกของตัวเองออกวางพาดกับพนักเก้าอี้

       เขาผละตัวออกไปที่ครัว เปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรมารองท้อง แล้วก็เห็นเค้กชิ้นโตหน้าตาคุ้นเคยวางอยู่ในนั้น

       คงจะเอามาจากที่ทำงานอีกแล้วสินะ

       เขาก้มลงหยิบจานเค้กสตรอเบอรี่ที่อยู่ในตู้เย็นออกมา มืออีกข้างคว้าส้อมแล้วก็แก้วน้ำ ส่วนแขนข้างหนึ่งก็หนีบกระบอกน้ำติดมาด้วย

แล้วเดินไปที่ห้องรับแขกที่ที่คุณวิกโก้น่าจะอยู่

       เมื่อเดินมาถึง คนคนนั้นก็ส่งยิ้มให้จากโซฟา ในมือมีกาแฟดำที่คงชงเอาไว้ก่อนที่เขาจะกลับมาถึงบ้าน

       เขาวางจานเค้ก แก้วน้ำ และกระบอกน้ำบนโต๊ะกระจกข้างโซฟา ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงที่พื้น

       ระหว่างที่กำลังจะจ้วงเค้กเข้าปาก เขาก็รู้สึกได้ว่าคนข้างหลังที่นั่งบนโซฟานั้น ตอนนี้ได้เลื่อนตัวลงมานั่งซ้อนหลังเขาอยู่ที่พื้นแล้ว

แถมยังเอามือมาโอบรอบเอวของเข้าอีกด้วย

       “ร้อนครับ”

       พูดจบคนข้างหลังก็ตอบกลับมาด้วยการเอาหน้าซบไหล่ของเขา

       มือที่ชะงักจากจากตักเค้กเมื่อครู่ขยับเอาส้อมป้อนเค้กเข้าไปในปาก

       “จะทานด้วยกันไหมครับ”

       เสียงที่พูดออกไปเหมือนปกติ

       “ป้อน”

       และคุณวิกโก้ก็ตอบกลับมาเหมือนปกติ

       เขาถอนหายใจนิดๆ ตักเค้กขนาดพอดีคำ พยายามเอี้ยวตัวไปด้านข้างแต่ก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่หันศีรษะมามองด้านขวา แล้วใช้มือซ้าย

ส่งเค้กให้

       ใบหน้าที่เงยขึ้นจากไหล่ของเขาเพื่อกินขนมเค้กจากส้อม เฉียดจมูกของเขาเพียงแค่นิดเดียว

 

แสงอาทิตย์ที่ปกป้องต่อความมืด แสร้งทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่กำลังโศกเศร้า

ในวันแห่งการรอคอยเหล่านั้น คุณช่างเข้มแข็งยิ่งกว่าฉันจริงๆ

 

       หลายสัปดาห์มานี้ คุณวิกโก้เริ่มเข้ามาอ้อนเขามากขึ้น

       คล้ายกับอยากยืนยัน “คำพูด” ของตัวเอง

       ถึงแม้จะบอกว่าจะรอ แต่ก็คงอยากให้เขาเข้าใจ......ด้วยอ้อมกอด

       อ้อมกอดที่เหมือนกับเสี่ยวเหลี่ยน...... แต่ไม่ใช่

       เพราะอ้อมแขนที่รัดเขาไว้แนบแน่นเช่นนี้ เสี่ยวเหลี่ยนไม่เคยทำ

       ดวงตาสีดำสั่นไหวเล็กน้อยด้วยประกายบางอย่าง แต่เมื่อหลับตาลงและลืมขึ้นมาอีกครั้ง ประกายนั้นก็จางหายไป คล้ายกับไม่เคย

ปรากฏขึ้นมาก่อน

       ทั้งเขาและคุณวิกโก้ไม่ใช่เพื่อนร่วมงาน เพราะเขาเป็นมือปราบมาร ส่วนคนตรงหน้าเป็นอดีตนักโทษ แต่เราก็ไม่ใช่แค่คนรู้จัก

เราเป็นมากกว่าเพื่อน แต่ก็ต่างจากคนในครอบครัว รวมๆ แล้วเป็นความสัมพันธ์ที่ระบุไม่ได้ อันที่จริง หากคิดไตร่ตรองดูให้ดีๆ

ก็คงจะได้คำตอบ

       แต่ว่า...... เขากลับกลัวที่จะรู้...

       เขาใฝ่หา “บ้าน” ที่เคยพังทลายลงไปแล้วจากผู้ชายคนนี้ แต่ก็ไม่กล้าที่จะเปลี่ยนมัน เพราะกลัวการสูญเสีย เขารู้ตัวดีว่าเอาแต่ใจ

รู้ว่าตนเองเห็นแก่ตัว

       แต่ว่า...... เขายังทำไม่ได้

       “อร่อยมาก ขอบใจ”

       คุณวิกโก้ยิ้ม

       เขามองใบหน้ายิ้มแย้มนั่น แล้วก็รู้สึกว่าความกลัวที่ฝังเอาไว้กำลังจะพรั่งพรูออกมา

 

       แปะ


       เขาสะดุ้ง มือข้างหนึ่งของคนข้างๆ ตีลงมาที่หน้าผากของเขา รอยยิ้มเหมือนจะจางลงไปนิดหน่อย

       นี่เขากำลังทำหน้าแบบไหนอยู่นะ

       เขาเบือนสายตาจากรอยยิ้ม ก้มลงมองเค้กที่กำลังจะหมดแล้วตักเข้าปาก

       รู้สึกได้ถึงอ้อมกอดจากคนข้างหลังที่แน่นขึ้นเล็กน้อย

       “มีอะไรรึเปล่า?”

       “เปล่าครับ ไม่เป็นอะไร”

       คุณวิกโก้นิ่งไปนิด แล้วใช้มือนอกเหนือจากมือข้างที่โอบเอวเขาไว้ลูบหัวเขาเบาๆ คล้ายปลอบใจ

       จากนั้นก็วางหัวซบไหล่เขาเหมือนเดิม

 

ความทรงจำที่เป็นดั่งกลิ่นหอมของดอกไม้

ไม่มีวันลืม เราทั้งสองที่เดินเคียงคู่กัน

 

       จำได้ว่าคุณวิกโก้ไม่ชอบความเงียบ แต่เขาเป็นคนพูดไม่เก่ง ตอนนี้เลยได้ยินเสียงเพลงเบาๆ แทนบทสนทนาที่ควรจะมี มันยังเป็น

เพลงเพลงเดิม ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ใช่วิทยุ

       สงสัยไปเจอมาจากที่ไหนสักแห่งล่ะมั้ง

       “ซื้อมาเหรอครับ”

       “ได้มาจากไชน่าทาว์น”

       เขาสงสัยนิดหน่อยกับคำว่า ได้มา ที่ไม่ใช่คำว่า ซื้อ แต่ก็คิดว่าถามไปคงเหมือนคนจู้จี้เลยไม่ได้กล่าวอะไรต่อ

       เพลงจีนช้าๆ ที่ได้ยินชวนให้ผ่อนคลาย รู้สึกตัวอีกที ตัวเขาที่ก่อนหน้านี้เกร็งอยู่ในอ้อมกอดของคุณวิกโก้ก็เผลอนั่งพิงกลับไป อย่าง

สบายใจเสียแล้ว

       พนักพิงมีชีวิตไม่ได้กล่าวว่าอะไรเขา คงตอบแทนที่เขายอมนั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน

       “จะหมดฤดูร้อนแล้วสินะครับ”

       “ใช่ ขากลับผ่านสวน ได้กลิ่นลาเวนเดอร์ คงกำลังบานพอดี วันไหนเธอว่าง ไปปิกนิกกันนะ”

       “ครับ”

       เขาตอบกลับไปง่ายๆ เหมือนเคย คุณวิกโก้จะรู้ความหมายของเพลงนี้หรือเปล่านะ

       แต่คงจะไม่ เพราะคนคนนี้ไม่เคยเรียนภาษาจีนมาก่อน...... ล่ะมั้ง

       “วันนี้ผมซื้ออาหารจีนมาด้วย”

       “ครับ?”

       เขาส่งเสียงตอบกลับไปโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่คำตอบรับ แต่เป็นเหมือนคำถามมากกว่า

       “มีหมูผัดเปรี้ยวหวาน ปีกไก่ทอด แล้วก็น้ำซุปอะไรก็ไม่รู้”

       “......อยากกินหรือครับ จริงๆ บอกผมก็ได้นะ”

       คุณวิกโก้ยิ้มแล้วขยับตัวหอมแก้ม เหมือนพวกเด็กๆ ที่มักหอมแก้มขอบคุณเขา แต่เขาไม่ได้ทำอะไรนี่นา

       “มีอะไรรึเปล่าครับ?”

       “เปล่า...... ช่างมันเถอะ”

       เขาขยับตัวออกจากอ้อมกอด แล้วหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคนข้างหลัง

       “แน่นะครับ?”

       “อืม ไม่มีอะไร”

       “วันนี้คุณดูแปลกๆ”

       “คิดมากไปมั้ง”

       คุณวิกโก้พูดแล้วก็ยิ้ม

       เขาจึงได้แต่ทำหน้าสงสัย โดยไม่รู้จะพูดอะไรตอบกลับไป

       คุณวิกโก้หัวเราะ แล้วก็ยื่นหน้ามาจูบที่หน้าผากเขา เหมือนกับตอนที่เขาทำเวลากล่าวฝันดีกับน้องชาย

       “อ้อ มีเค้กไอติมก้อนใหญ่อีกก้อนด้วยนะ”

       “ให้ผม?”

       “ใช่”

       ทั้งเพลงจีน อาหารจีน หรือแม้แต่เค้กไอศกรีม รู้สึกจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มากเกินไปแล้ว

       “เกินลิมิตค่าใช้จ่ายเดือนนี้แล้วนะครับ”

       “ยังมีใบชา อ่างใหม่ของขงเบ้ง ชามกับตะเกียบใหม่ ฟิลม์กล้อง หนังสือนิยายเซ็ตที่เธอเล็งไว้ แล้วก็....”

       “อะไรเยอะแยะครับนั่น ผมจ่ายคืนไม่ไหวนะครับ”

       เขาได้ยินรายการของต้องชำระแล้วถึงกับอ้าปากค้างรีบสวนกลับไป

       “ไม่ต้องหรอก ผมให้”

       “ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้ครับ ยังไงผมก็จะจ่ายคืนครับ”

       “ผมอยากให้ตอบแทนที่เธอมาอยู่กับผมไง”

       “ผมต่างหากต้องขอบคุณคุณ”

       โต้เถียงกลับไปมาสักพัก ในที่สุด คุณวิกโก้ถอนหายใจยิ้มๆ แล้วก็พูดออกมาเบาๆ ว่าก็ได้

       เขาได้ยินดังนั้นก็เลยยิ้มตอบกลับไป

       “แต่ยังไงวันนี้ผมก็อยากให้ อยากให้เยอะๆ ด้วย เพราะงั้นจะให้อย่างอื่นเยอะๆ แทนแล้วกัน ตกลงไหม”

       “ครับ?”

       เขาส่งเสียงตอบกลับไปโดยอัตโนมัติเหมือนเคย รู้สึกตัวอีกทีริมฝีปากของคนตรงหน้าก็โน้มลงมาอย่างนุ่มนวล แล้วผละออก

 

“สุขสันต์วันเกิด”

 

       คุณวิกโก้พูดสั้นๆ พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

       เขาได้กลิ่นลาเวนเดอร์ลอยขึ้นมาแตะจมูก กลิ่นหอมที่ทำให้เคลิบเคลิ้ม

       ความหอมหวานของมัน ชวนให้รู้สึกร้อนขึ้นมานิดๆ

       ฤดูร้อนปีนี้อากาศคงจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว

 

       แต่ก็หวังว่าอากาศจะดีแบบนี้...... ตลอดไป

 

 

 

ความอ่อนโยนของคุณเป็นแสงอาทิตย์ที่เติมเต็มอนาคตของฉัน

 

กลิ่นหอมของดอกไม้จากสายลมนั้น

 

....

 

ช่างราวกับความรักของคุณ

 

 

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

 

TALK:

วันนี้วันสารทจีน ตามโปรไฟล์แล้วเป็นวันเกิดของเฟยหงค่ะ
 
ถึงจะหลุดจากที่กำหนดไว้(เยอะ)พอสมควร แต่อะไรๆ ก็คืบหน้าไปราวๆ นี้แหละ
 
งงใช่ไหม........... อืม นั่นล่ะ ถูกแล้ว งงไปเถอะ
 
(ยังไงคนอ่านมีน้อย เข้าใจแค่วงในก็พอแล้ว 5555)
 
//โดนตบรอบทิศทาง

 

 

ความหมายของลาเวนเดอร์ = ความรักที่สับสน

 

จงอยู่ด้วยความสัมพันธ์แบบนี้ไปเถอะวิกโก้ (ฮา)

//วิ่งหนีไอเนะ

 

 

 

ปล. ไม่ได้ลืมเต้นรำของไป๋นะ แต่. . . . . . *มองไอเนะ* (ไอเนะพึมพัมว่าซวยอีกแล้ว 55)

คราวหน้า. . . . อาจจะเป็นเรจ์นล่ะมั้ง แนวโน้มสูงว่าจะเสร็จมากกว่า เฮอๆ

 
 

ปล2.เพลงที่แปะข้างบนมาจากละครไต้หวันเมื่อ x ปีที่แล้ว

ชื่อเพลงว่า 花香 (Huaxiang)

โดยท่อนที่เป็นสีฟ้าอมเขียวแปลมาจากเพลงที่แปะไฟล์ไว้ค่ะ

อันที่จริงจะมีอีกท่อนนึงที่แปลได้ว่า

"สายลม เคล้าคลอไปกับมวลดอกไม้ที่เบ่งบานและร่วงโรย

สายฝน หอบหิ้วหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นไปยังท้องทะเล"

ซึ่งหมายถึง เวลาที่ผ่านไปทำฉันเติบโตขึ้น อะไรประมาณนั้น

เป็นอีกท่อนที่ชอบมากแต่ไม่ได้ใส่ลงไป =v=

แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็แปลมาจากเนื้อเพลงที่ไปควานหาคำแปลอิงก์มา 

หากมีผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยด้วยนะค้า

 

 

Comment

Comment:

Tweet

สุขสันต์วันเกิดนะเฟยหง มีความสุขมากๆๆๆๆๆๆ ♥

กริ๊ดดด ชอบมาก ชอบอารมณ์ ชอบบรรยากาศมากค่า ลาเวนเดอร์ด้วย.... >///<
อ่านแล้วอารมณ์พาไป แอบอยากวาดภาพประกอบจังค่ะ กร๊ากกกก


/ส่วนงานเต้นรำ เอ.... เอ่อ..... วิ่งหนี

#1 By aine on 2011-08-14 01:28